วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

เหรียญร9พศ2543 50ปีบรมราชาภิเษกเนื้อทองแดง2000KING RAMA9 50YEARS OF CORONATION COPPER COIN



เหรียญร9พศ2543 50ปีบรมราชาภิเษกเนื้อทองแดง2000KING RAMA9 50YEARS OF CORONATION COPPER COIN
17/12/2559 SONGCHAI PRAPATRUNGSEE
เหรียญร9พศ2543 50ปีบรมราชาภิเษกเนื้อทองแดง2000KING RAMA9 50YEARS OF CORONATION COPPER COIN

14 ธค. 2559
14 Dec. 2016
ราคาซื้อขาย 9,000บาท + ค่าส่ง ฟรี = 9,000บาท
Price US $ 250 + Shipping FREE = US $ 250


รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี
เสด็จสู่พระราชสมบัติตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2489
เป็นพระมหากษัตริย์ไทยผู้เสวยราชย์ยาวนานที่สุด
วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 บรมราชาภิเษก

เหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี ราชาภิเษกสมรส และ เหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี บรมราชาภิเษก

เนื่องจากเดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคม
เป็นช่วงระยะเวลาที่ในอดีตเคยได้มีเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้น
ซึ่งเป็นมหามงคลสมัยที่ปวงพสกนิกรชาวไทยปลื้มปิติโสมนัสกันทั่วทั้งแผ่นดิน
นั่นคือ ในเดือนเมษายน เมื่อวันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2493
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช
และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ได้ประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสขึ้น
และเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น

เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทั้งสอง
พระองค์ทรงปฏิบัติ พระกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
จึงขอนำบทความเรื่องเหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี ราชาภิเษกสมรส
และเหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี บรมราชาภิเษก
ซึ่งเป็นเหรียญที่ระลึกที่กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดขึ้นในปี พ.ศ. 2543
อันเป็นโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
และราชาภิเษกสมรสไว้ ณ โอกาสนี้

ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ประทับศึกษาอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร
ธิดาในพระวรวงศ์เธอกรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ
(พระนามเดิม หม่อมเจ้านักขัตรมงคลกิติยากร)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็นพระองค์เจ้านักขัตรมงคล
เมื่อพุทธศักราช 2493
และในพุทธศักราช 2495 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม มีพระนามว่า
พระวรวงศ์เธอกรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ
และหม่อมหลวงบัว (สนิทวงศ์) กิติยากร

ต่อมาในวันที่ 19 กรกฎาคม 2492
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร
ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จนิวัติพระนครในปีพุทธศักราช 2493 ในวันที่ 28 เมษายน ของปีนั้น
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสขึ้น
ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
ในวังสระปทุม ในการนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ด้วย

วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีขึ้น
ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณในพระบรมมหาราชวัง
เฉลิมพระบรมนามาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช มหิตลาธิ เบศรรามาธิบดี
จักรีนฤบดินทรสยามมินทราธิราชบรมนาถบพิตร
พร้อมทั้งพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า
"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
ในโอกาสนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์
ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

หลังจากเสร็จการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว
ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงรักษาสุขภาพ และทรงศึกษาวิชาต่อ
ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างประทับรักษาพระองค์อยู่นั้น
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี
มีพระสูติกาลพระราชธิดาพระองค์แรกคือ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
หลังจากพระเจ้าลูกเธอพระองค์แรกเจริญพระชันษาได้ 6 เดือน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี
ได้เสด็จนิวัติกลับพระนคร ประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
พระราชวังดุสิต หลังจากนั้นทรงย้ายไปประทับ
ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
ณ พระที่นั่งนี้ ทรงมีพระประสูติกาลพระราชโอรสพระราชธิดาอีกสามพระองค์ คือ

- สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร
- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

วันที่ 22 ตุลาคม พุทธศักราช 2499
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงผนวช
ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
ในการนี้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี
ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลาผนวช
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในปีเดียวกันนั้นเอง
ในปีพุทธศักราช 2500 ทรงย้ายที่ประทับจากพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต
ไปประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ตราบจนปัจจุบัน

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จดำรงสิริราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์
พระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
ตามที่ทรงตั้งพระราชปณิธานไว้
ทรงอุทิศพระองค์เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขตลอดพระราชอาณาจักร
ก่อให้เกิดโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมายเหลือคณานับ
ทั้งนี้มีพระราชประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สุข
และความเจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นของพสกนิกรและประเทศชาติ
เช่นเดียวกับสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ทรงประกอบพระราชกรณียกิจร่วมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาโดยตลอด
ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถในระบอบประชาธิปไตยโดยแท้จริง
ทรงเป็นคู่พระบารมี ทรงร่วมทุกข์ร่วมสุขร่วมแบ่งเบาพระราชภาระ
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์และพระบรมราชินีนาถ
ผู้ทรงคุณธรรมอันประเสริฐ
เปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงอาณาประชาราษฎร์อันหาที่สุดมิได้

ดังนั้นเพื่อการเทิดพระเกียรติ
และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสองพระองค์
กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
จึงจัดทำเหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี ราชาภิเษกสมรส
และเหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี บรมราชาภิเษกขึ้น มีรายละเอียดดังนี้

เหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี ราชาภิเษกสมรส

ผลิต 4 ชนิด บรรจุพร้อมกล่องและใบรับรอง


ไม่มีความคิดเห็น: